กำนันชี้ ป่วยเป็นอัมพฤกษ์-อัมพาตทั้งครอบครัว เกิดจากอาถรรพ์เลขที่บ้าน

0
105
Code

หลังสื่อมวลชนนำเสนอความแปลกของครอบครัว ยายฉลวย สนธิพงษ์ อายุ 81ปี ซึ่งอาศัยรวมอยู่กับลูกและหลานๆ อีก 5 คน โดยยายฉลวยป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์ เดินเหินลำบากอาศัยอยู่ด้านล่างของตัวบ้าน ซึ่งนอกจากยายฉลวยที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์แล้ว ยังมีคนในครอบครัวประกอบไปด้วย นางสมพิศ สนธิพงษ์ หรือป้าโก๊ะ อายุ 56 ปี ลูกสาวของยายฉลวย ซึ่งป่วยเป็นอัมพาตซีกขวา นายสำราญ สว่างแสง อายุ 78 ปี สามีของป้าโก๊ะป่วยเป็นอัมพาตซีกขวา และน.ส.ทุเรียน ทองบุญ อายุ 48 ปี ป่วยเป็นอัมพาตซีกซ้าย เหลือเพียง น้องนุ่น นางสาวธนพร ทองบุญ อายุ 23 ปี ซึ่งยังแข็งแรงแต่เพิ่งคลอดลูกชายได้เพียง 1 เดือนซึ่งก็มีอาการตัวเหลืองน้ำหนักน้อย ไม่แข็งแรง สร้างความประหลาดใจให้กับเพื่อนบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากป่วยด้วยโรคชนิดเดียวกันเกือบทั้งบ้าน โดยทางครอบครัวเชื่อว่าเกิดจากการผิดผีโรงที่ทางครอบครัวเซ่นไหว้ไม่ถูกวิธีตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดอ่างทอง ฝ่ายปกครองอำเภอโพธิ์ทอง สาธารณสุขตำบลสามง่ามและเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลอ่างแก้ว ลงพื้นที่เพื่อวางแนวทางช่วยเหลือครอบครัวของยายฉลวยโดยเบื้องต้นนำเครื่องอุปโภคและบริโภคไปมอบให้จำนวนหนึ่งพร้อมทั้งวางแนวทางในเรื่องของการปรับปรุงบ้านที่อยู่อาศัย รวมถึงการดูแลสภาในบ้านให้ถูกสุขลักษณะและนำเตรียมนำเตียงผู้ป่วยรวมถึงอุปกรณ์ที่จะใช้ในการดำรงชีพของครอบครัวยายฉลวยมาช่วยเหลือ และหาแนวทางในการักษาเยียวยาตามสิทธิของผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านนี้ทั้งหมด

ขณะที่ยายฉลวยยังฝากบอกไปยังหมอปลาหรือผู้ที่มีความรู้ในเรื่องผีโรงให้ช่วยเหลือว่าที่ผ่านมาทางครอบครัวทำผิดประเพณีการเซ่นผีโรงหรือไม่ หรือมีสิ่งใดที่ทำให้ครอบครัวต้องเจ็บป่วยแบบนี้ทั้งหมด เพื่อที่จะได้แก้ไขให้ถูกต้องเพราะทุกวันนี้ลำบากมากไม่รู้จะทำอย่างไร

ด้านกำนันจันทนา สว่างแสง กำนันต.สามง่าม เปิดเผยถึงเรื่องราวลึกลับเกี่ยวกับเลขที่บ้านของยายฉลวยซึ่งมีเลขที่บ้าน 37 ว่าในตำบลที่ดูแลมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น 2 หมู่บ้าน คือ บ้านของยายฉลวยที่อยู่ในหมู่ที่ 4 คนในบ้านป่วยเป็นอัมพฤกษ์เกือบทั้งบ้าน ในขณะที่บ้านเลขที่ 37 หมู่ที่ 3 ซึ่งอยู่ไม่ห่างกันก็มีลูกบ้านที่ย้ายมาจากกรุงเทพฯ มาอยู่ที่บ้านหลังนั้นจู่ๆ ก็เกิดเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตกันเกือบทั้งบ้านจนต้องย้ายกลับเข้าไปอยู่ที่กรุงเทพ ทำให้บ้านเลขที่ 37 หมู่ที่ 3 มีเพียงเลขที่บ้านอยู่เท่านั้นแต่ไม่มีคนอยู่ในทะเบียนบ้านหรืออาศัยอยู่เลยแม้แต่คนเดียว

ส่วนเรื่องผีโรงตนไม่ทราบและไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องนี้ ก็เป็นความเชื่อส่วนตัวของตนกับชาวบ้านเท่านั้น หากถามไปยังเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขก็บอกว่าอยู่ที่ลักษณะของการรับประทานอาหารและเรื่องของโรคความดันโลหิตสูง อันนี้ก็ต้องแล้วแต่ความเชื่อของใคร

ขณะที่นางสำอางค์ ทับทิมเขียว อายุ 52 ปี เพื่อนบ้านเปิดเผยประเด็นถึงการที่บุตรชายของยายฉลวยที่เสียชีวิตไปแล้วที่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ประหลาดกับครอบครัวนี้ เพราะบุตรชายของยายฉลวยเมื่อตอนยังมีชีวิตอยู่ชอบดื่มสุราและชอบทุบทำลายศาลพระภูมิ โดยเฉพาะศาลพระภูมิที่เคยตั้งอยู่หน้าบ้านจนพังไปทั้งหมด หลังจากทุบศาลพระภูมิไม่นานก็เกิดอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต ต่อมาครอบครัวนี้ก็ป่วยทีละคนสองคน นี่อาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่ง